วันพุธที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

วันพุธ 18/11/09 บทเรียนจากพระธรรมมาระโก (77) : ความทุกข์ที่พระเยซูคริสต์ทรงแบกรับเพื่อเรา, มก.15:21-32


21 มีคนหนึ่งชื่อซีโมนชาวไซรีน เป็นบิดาของอเล็กซานเดอร์และรูฟัส เดินมาจากบ้านนอกตามทางนั้น เขาก็เกณฑ์ซีโมนให้แบกกางเขนของพระองค์ไป
22 เขาพาพระองค์มาถึงตำบลหนึ่งชื่อกลโกธา (แปลว่ากะโหลกศีรษะ)
23 แล้วเขาเอาเหล้าองุ่นระคนกับมดยอบให้พระองค์เสวย แต่พระองค์ไม่รับ
24 เขาตรึงพระองค์ที่กางเขน แล้วเขาก็เอาฉลองพระองค์จับฉลากแบ่งปันกัน เพื่อจะรู้ว่าใครจะได้อะไร
25 เมื่อเขาตรึงพระองค์ไว้นั้นเป็นเวลาเช้าสามโมง
26 มีข้อหาที่ลงโทษพระองค์เขียนไว้ว่า "กษัตริย์ของพวกยิว"
27 เขาเอาโจรสองคนตรึงไว้พร้อมกับพระองค์ ข้างขวาคนหนึ่งข้างซ้ายคนหนึ่ง [
28 ต้องสำเร็จตามพระคัมภีร์ที่ว่า "ท่านถูกนับเข้ากับคนล่วงเกิน"] {สำเนาต้นฉบับโบราณหลายฉบับ ขาดข้อ28}
29 ฝ่ายคนทั้งปวงที่เดินผ่านไปมานั้นก็กล่าวเหยียดหยามพระองค์ สั่นศีรษะเยาะเย้ยว่า "เฮ้ว เจ้าผู้จะทำลายพระวิหารและสร้างขึ้นในสามวันน่ะ
30 จงช่วยตัวเองให้รอดและลงมาจากกางเขนเถิด"
31 พวกมหาปุโรหิตกับพวกธรรมาจารย์ก็เยาะเย้ยพระองค์ ในระหว่างพวกเขาเองเหมือนกันว่า "เขาช่วยคนอื่นให้รอดได้ แต่ช่วยตัวเองไม่ได้
32 ให้เจ้าพระคริสต์กษัตริย์แห่งอิสราเอลลงมาจากกางเขนเดี๋ยวนี้เถอะ เพื่อเราจะได้เห็นและเชื่อ" และสองคนนั้นที่ถูกตรึงไว้กับพระองค์ก็กล่าวคำหยาบช้าต่อพระองค์


21 And they compel one Simon a Cyrenian, who passed by, coming out of the country, the father of Alexander and Rufus, to bear his cross.
22 And they bring him unto the place Golgotha, which is, being interpreted, The place of a skull.
23 And they gave him to drink wine mingled with myrrh: but he received it not.
24 And when they had crucified him, they parted his garments, casting lots upon them, what every man should take.
25 And it was the third hour, and they crucified him.
26 And the superscription of his accusation was written over, THE KING OF THE JEWS.
27 And with him they crucify two thieves; the one on his right hand, and the other on his left.
28 And the scripture was fulfilled, which saith, And he was numbered with the transgressors.
29 And they that passed by railed on him, wagging their heads, and saying, Ah, thou that destroyest the temple, and buildest it in three days,
30 Save thyself, and come down from the cross.
31 Likewise also the chief priests mocking said among themselves with the scribes, He saved others; himself he cannot save.
32 Let Christ the King of Israel descend now from the cross, that we may see and believe. And they that were crucified with him reviled him.

๔ ความคิดเห็น:

skyline กล่าวว่า...

"เขาช่วยคนอื่นให้รอดได้ แต่ช่วยตัวเองไม่ได้
32 ให้เจ้าพระคริสต์กษัตริย์แห่งอิสราเอลลงมาจากกางเขนเดี๋ยวนี้เถอะ เพื่อเราจะได้เห็นและเชื่อ"
- เคยพบประสบการณ์แบบนี้ที่เวลาไปประกาศ แล้วมีคนที่อยากเห็นก่อนแล้วจึงจะเชื่อ แต่จริงๆแล้วในทางพระเจ้า เชื่อแล้วจึงจะเห็น
- แม้พระเยซูจะถูกทำร้ายแค่ไหน แต่พระองค์ก็ไม่สำแดงและตอบโต้สิ่งใดออกไป เพราะพระองค์ทรงยอมทำตามน้ำพระทัยและกิจที่ได้รับ เราควรเอาแบบอย่างให้สามารถควบคุมอารมณ์ได้ แม้จะโดนว่าอย่างไรก็ตาม แต่ให้รู้ว่าพระเจ้าอยู่ข้างเดียวกับเราเสมอ

** มีความเชื่อแล้วจะเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
** ควบคุมอารมณ์ขอผลพระวิญญาณเยอะๆ ^-^

Unknown กล่าวว่า...

- จงอดทนต่อทุกสถานการณ์ เชื่อและไว้วางใจในพระเจ้าของเรา
- อธ.พึ่งพาพระเจ้าเสมอ ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด มุ่งมั่นในการทำพันธกิจของพระเจ้าให้สำเร็จ

citty_kat451 กล่าวว่า...

21 มีคนหนึ่งชื่อซีโมนชาวไซรีน เป็นบิดาของอเล็กซานเดอร์และรูฟัส เดินมาจากบ้านนอกตามทางนั้น เขาก็เกณฑ์ซีโมนให้แบกกางเขนของพระองค์ไป..

ซีโมนคนนี้เป็นคริสเตียน ดูในโรม 16:13(จะเจ็บปวดและทรมานใจขนาดไหนถ้าเป็นเราที่ต้องแบกกางเขนเพื่อนำพระองค์ไปสู่การถูกตรึงบนกางเขนนั้น แต่ถ้าเราไม่แบกไปกับพระองค์จะปล่อยให้ทรงแบกไปเองอย่างนั้นหรือ ในเมื่อความทุกข์ยากของเราพระองค์ทรงยินดีแบกรับไว้แทนเรา สมมุติเราเป็นซีโมนเราก็เต็มใจอยู่แล้วแม้จะทรมานใจแต่ก็เป็นสุขเพราะเราได้มีส่วนร่วมในแผนการพระราชกิจแห่งการไถ่ของพระองค์)

23 แล้วเขาเอาเหล้าองุ่นระคนกับมดยอบให้พระองค์เสวย แต่พระองค์ไม่รับ(ข้อนี้ไม่เข้าใจ ว่าเพราะเหตุใด ถึงไม่ทรงรับ หรือว่าเป็นเพราะเคยตรัสไว้ในอาหารมือสุดท้ายว่าจะไม่ทรงดื่มน้ำองุ่นอีกจนกว่าจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง)ใครได้ในข้อนี้แบ่งปันกันบ้างก็ขอบคุณค่ะ ^___^

นอกนั้นก็ได้เหมือนของ K.skyline ค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เห็นถึงหัวใจแท้ๆของพระเยซู หัวใจที่ยอมจำนนท์ต่อน้ำพระทัย
ยอมถูกเยาะเย้ย เหยียดหยาม ดูหมิ่น ข่มเหง และยอมแบกรับความเจ็บปวดที่สุดแสนจะทรมาน โดยหวังให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จ

ผู้ชนะที่แท้จริงคือผูที่ยอมตายต่อตนเอง มีใจเห็นแกผู้อื่นและยอมสละ

หัวใจของพระเยซูเป็นอย่างไรนะ จึงไม่ทรงเจ็บแค้นผู้ที่ทำร้ายพระองค์แต่กลับทรงยอมอภัยและไม่ถือโทษ(ช่างเป็นหัวใจที่บริสุทธิ์และสูงค่า)

ขอให้เราเป็นคนที่รู้จักเลียนแบบหัวใจที่สูงส่ง สูงค่าอย่างพระองค์
ขอให้เราเรียนรู้จักที่จะรักแบบพระองค์
ขอให้เรามีหัวใจที่ยอมจำนนท์ต่อแผนการน้ำพระทัยแบบพระองค์
* ขอทรงโปรดสงวนชีวิตของข้าพระองค์ไว้ให้เปรมปรีด์อยู่ในความชอบธรรมของพระองค์และไม่ปนเปื้อนกับความบาปความอธรรม *
นำใจเข้ามาสรรเริญนมัสการพระเจ้าเสมอ และรักพระองค์มากขึ้นทุกวัน

แสดงความคิดเห็น