วันจันทร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

วันอังคาร 17/11/09 บทเรียนจากพระธรรมมาระโก (76) : พระเยซูคริสต์ผู้ทรงมีชัยชนะในทุกสถานการณ์, มก.15:1-20


1 พอรุ่งเช้า พวกมหาปุโรหิตกับพวกผู้ใหญ่และพวกธรรมาจารย์ และบรรดาสมาชิกสภาได้ปรึกษากัน แล้วจึงมัดพระเยซูพาไปมอบไว้แก่ปีลาต
2 ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า "ท่านเป็นกษัตริย์ของพวกยิวหรือ" พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "ก็ท่านว่าแล้วนี่ {หรือ ท่านว่าถูกแล้ว}"
3 ฝ่ายพวกมหาปุโรหิตได้ฟ้องกล่าวโทษพระองค์หลายประการ
4 ปีลาตจึงถามพระองค์อีกว่า "ท่านไม่ตอบอะไรหรือ ดูแน่ะ เขากล่าวความปรักปรำท่านหลายประการทีเดียว"
5 แต่พระเยซูมิได้ตรัสตอบประการใดอีก ปีลาตจึงอัศจรรย์ใจ
6 ในเทศกาลนั้นปีลาตเคยปล่อยนักโทษคนหนึ่งให้เขาตามที่เขาขอ
7 มีคนหนึ่งชื่อบารับบัส ซึ่งต้องจำอยู่ในจำพวกคนกบฏ ผู้ที่ได้ฆ่าคนในการกบฏนั้น
8 ประชาชนจึงได้ขึ้นไปขอปีลาตให้ทำตามที่ท่านเคยทำให้เขานั้น
9 ปีลาตได้ถามเขาว่า "ท่านทั้งหลายปรารถนาจะให้เราปล่อยกษัตริย์ของพวกยิวหรือ"
10 เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่า พวกมหาปุโรหิตได้อายัดพระองค์ไว้ด้วยความอิจฉา
11 แต่พวกมหาปุโรหิตยุยงประชาชนให้ขอปีลาต ปล่อยบารับบัสแทนพระเยซู
12 ฝ่ายปีลาตจึงถามเขาว่า "ท่านทั้งหลายจะให้เราทำอย่างไรแก่คนนี้ ซึ่งท่านทั้งหลายเรียกว่ากษัตริย์ของพวกยิว"
13 เขาทั้งหลายร้องตะโกนว่า "ตรึงเขาเสียที่กางเขนเถิด"
14 ปีลาตจึงถามว่า "ตรึงทำไม เขาได้ทำผิดประการใด" แต่ประชาชนยิ่งร้องว่า "ตรึงเขาเสียที่กางเขนเถิด"
15 ปีลาตปรารถนาจะเอาใจประชาชน จึงปล่อยบารับบัสให้เขา และเมื่อได้ให้โบยตีพระเยซูแล้ว ก็มอบให้เขาเอาไปตรึงไว้ที่กางเขน
16 พวกทหารจึงนำพระองค์ไปข้างในราชสำนัก (คือที่เรียกว่าศาลปรีโทเรียม) แล้วเรียกพวกทหารทั้งกองให้มาประชุมกัน
17 เขาเอาเสื้อสีม่วงมาสวมพระองค์ เอาหนามสานเป็นมงกุฎสวมพระเศียรพระองค์
18 แล้วคำนับพระองค์พูดว่า "กษัตริย์ของพวกยิวเจ้าข้า ขอทรงพระเจริญ"
19 แล้วเขาได้เอาไม้อ้อตีพระเศียรพระองค์ และได้ถ่มน้ำลายรดพระองค์ แล้วคุกเข่าลงนมัสการพระองค์
20 เมื่อเยาะเย้ยพระองค์แล้ว เขาถอดเสื้อสีม่วงนั้นออก แล้วเอาฉลองพระองค์สวมให้ และนำพระองค์ออกไปเพื่อจะตรึงเสียที่กางเขน


1 And straightway in the morning the chief priests held a consultation with the elders and scribes and the whole council, and bound Jesus, and carried him away, and delivered him to Pilate.
2 And Pilate asked him, Art thou the King of the Jews? And he answering said unto him, Thou sayest it.
3 And the chief priests accused him of many things: but he answered nothing.
4 And Pilate asked him again, saying, Answerest thou nothing? behold how many things they witness against thee.
5 But Jesus yet answered nothing; so that Pilate marvelled.
6 Now at that feast he released unto them one prisoner, whomsoever they desired.
7 And there was one named Barabbas, which lay bound with them that had made insurrection with him, who had committed murder in the insurrection.
8 And the multitude crying aloud began to desire him to do as he had ever done unto them.
9 But Pilate answered them, saying, Will ye that I release unto you the King of the Jews?
10 For he knew that the chief priests had delivered him for envy.
11 But the chief priests moved the people, that he should rather release Barabbas unto them.
12 And Pilate answered and said again unto them, What will ye then that I shall do unto him whom ye call the King of the Jews?
13 And they cried out again, Crucify him.
14 Then Pilate said unto them, Why, what evil hath he done? And they cried out the more exceedingly, Crucify him.
15 And so Pilate, willing to content the people, released Barabbas unto them, and delivered Jesus, when he had scourged him, to be crucified.
16 And the soldiers led him away into the hall, called Praetorium; and they call together the whole band.
17 And they clothed him with purple, and platted a crown of thorns, and put it about his head,
18 And began to salute him, Hail, King of the Jews!
19 And they smote him on the head with a reed, and did spit upon him, and bowing their knees worshipped him.
20 And when they had mocked him, they took off the purple from him, and put his own clothes on him, and led him out to crucify him.

๔ ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

- แม้พระเยซูจะถูกปรักปรำและกำลังจะถูกนำไปสู่กางเขน แต่พระองค์เองก็มั่นใจและวางใจในพระเจ้า
- พระเยซูไม่หวั่นไหวและกลัวเกรงกับพระราชกิจของพระองค์ แม้จะต้องนำไปสู่ความยากลำบาก การเจ็บปวดและความตาย แต่พระองค์ก็ทรงยินดีให้แผนการณ์ของพระเจ้าได้สำเร็จ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ฆ่าได้แต่ร่างกาย ไม่สามารถฆ่าจิตวิญญาณ
พระเยซูประกาศชัยชนะให้เห็นแก่คนทั้งปวง เป็นแบบอย่างในชีวิตเรา ให้เราเอาชนะตนเองและแบกกางเขนตามพระองค์
" เพราะผู้ที่ทนจนถึงที่สุดผู้นั้นจะรอด "

พระเยซูเป็นแบบอย่างของการเชื่อฟังพระบิดา วางใจและยอมอยู่ภายใต้แผนการ จนถึงความมรณาบนกางเขน

ถ้าเรามีใจที่เชื่อฟังและตัดสินใจยอมอยู่ภายใต้แผนการน้ำพระทัยของพระเจ้าอดทน ยืนหยัดและถ่อมใจ เราจะได้รับการรับรองจากพระองค์

citty_kat451 กล่าวว่า...

สิ่งที่ได้ในข้อ 2-5 ความจริง ก็คือ ความจริงอยู่วันยังค้ำ(คือพระเยซูเองที่ทรงเป็นพระเจ้า ไม่ว่าจะมีคำกล่าวถึงพระองค์อย่างไร แต่พระองค์ก็ คือ พระผู้ช่วยให้รอด)

เมื่อเราตัดสินใจยอมรับและเรียกพระองค์ว่า พระเจ้าของข้าพระองค์ เราทำตามคำที่เราเรียกหรือไม่ เพราะประโยคหนึ่งที่แปลกใจ คือ

19 แล้วเขาได้เอาไม้อ้อตีพระเศียรพระองค์ และได้ถ่มน้ำลายรดพระองค์ แล้วคุกเข่าลงนมัสการพระองค์

พระเจ้าข้า อย่าให้ชีวิตของข้าพระองค์ดำเนินไปเช่นข้อ 19 นี้เลย ขออย่าให้พระเกียรติของพระองค์ต้องมัวหมองเพราะการกระทำของข้าพระองค์ ขออย่าให้ลิ้นที่กล่าวสรรเสริญพระองค์เป็นลิ้นเดียวกับลิ้นที่กล่าวคำโกหก หลอกลวงรวมทั้งคำพูดหยาบช้า..
ขออย่าให้ใจที่ยกย่องและนมัสการพระองค์เป็นใจเดียวกับใจที่มีความคิดเห็นแก่ตัว ใจที่คิดร้าย ใจที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลต่างๆ
พระเยซูเจ้าข้า เพราะเหตุที่ทรงมีชัยชนะเหนือทุกเหตุการณ์ ขอทรงโปรดช่วย ข้าพระองค์ทั้งหลายที่ได้ร้องเรียกพระเจ้าว่า พระบิดาร่วมกันกับพระองค์ให้มีชัยต่อเหตุการณ์ต่างๆเพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์ด้วยเถิด พระเยซูเจ้าข้า

เพราะนอกจากพระองค์แล้วไม่มีใครช่วยเราได้เลย..ขอทรงช่วยให้เรามีชีวิตสมกับที่เราบอกว่า เราคือ คต. เราคือ ประชากรของพระองค์

skyline กล่าวว่า...

4 ปีลาตจึงถามพระองค์อีกว่า "ท่านไม่ตอบอะไรหรือ ดูแน่ะ เขากล่าวความปรักปรำท่านหลายประการทีเดียว"
5 แต่พระเยซูมิได้ตรัสตอบประการใดอีก ปีลาตจึงอัศจรรย์ใจ
- พระเยซูยอมอยู่ในแผนการของพระเจ้า พระองค์ไม่พูดกล่าวแก้อะไรเลย เพราะพระองค์รู้กาลเวลาและทรงมอบชีวิตให้เป็นที่พอพระทัยของพระบิดาให้สำเร็จตามพระสงค์ทุกประการ
- วันนี้ถ้าพระเจ้าบอกอะไรเราให้เราอดทน ฟังเสียงของพระเจ้าและดำเนินตามเสียงของพระองค์แม้อาจจะไม่ตรงใจก็ตาม
- อดทนและยืนหยัดในพระองค์เสมอ

แสดงความคิดเห็น