วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันพฤหัส 22/10/2009 บทเรียนจากพระธรรมมาระโก (50) : จงเป็นพรต่อเด็กๆแบบพระเยซูคริสต์, มก.10:13-16


13 ขณะนั้นเขาพาเด็กเล็กๆมาหาพระองค์เพื่อจะให้พระองค์ทรงถูกต้องตัวเด็กนั้นแต่เหล่าสาวกก็ห้ามปรามไว้
14 เมื่อพระเยซูทรงเห็นดังนั้นก็ไม่พอพระทัยจึงตรัสแก่เหล่าสาวกว่าจงยอมให้เด็กเล็กๆเข้ามาหาเราอย่าห้ามเขาเลยเพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้าเป็นของคนเช่นเด็กอย่างนั้น
15 เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่าผู้หนึ่งผู้ใดมิได้รับแผ่นดินของพระเจ้าเหมือนเด็กเล็กๆผู้นั้นจะเข้าในแผ่นดินนั้นไม่ได้
16 แล้วพระองค์ทรงอุ้มเด็กเล็กๆเหล่านั้นวางพระหัตถ์บนเขาแล้วทรงอวยพรให้


13 People were bringing little children to Jesus to have him touch them, but the disciples rebuked them.
14 When Jesus saw this, he was indignant. He said to them, "Let the little children come to me, and do not hinder them, for the kingdom of God belongs to such as these.
15 I tell you the truth, anyone who will not receive the kingdom of God like a little child will never enter it."
16 And he took the children in his arms, put his hands on them and blessed them.

๔ ความคิดเห็น:

skyline กล่าวว่า...

- เข้าหาพระเจ้าแบบเด็กๆ ใสๆ จริงใจ
- ให้พระเจ้าเป็นบิดาที่เราไว้วางใจได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม พระองค์เข้าใจและโอบอุ้มเราเสมอ...

Unknown กล่าวว่า...

- จิตใจของผุ้ที่ปรารถนาแสวงหาพระเจ้าก็เป็นเหมือนดั่งจิตใจของเด็กน้อยที่ใสซื่อบริสุทธิ์
- จงเข้ามาหาพระเจ้าด้วยท่าที่และใจที่ปรารถนาจะพบพระองค์จริงๆ ด้วยจิตใจที่ใสซื่อ และเราจะได้สัมผัสกับความรักอันเต็มขนาดจากพระองค์

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ให้ความเชื่อของเราเหมือนเด็กเล็กๆ ที่บริสุทธ์และมองโลกในแง่ดี
ให้ใจของเราเชื่อฟังและรักพระเจ้าด้วยใจที่บริสุทธิ์เมื่อเราเป็นเด็กเราจะมีพระเจ้าป็นฮีโร่ เราจะรักพระองค์อย่างง่ายๆและเราจะเทิดทูนบูชาพระเจ้าและเข้าหาพระเจ้าอย่างง่ายๆในทุกๆโอกาส
ไม่ว่าเราจะดีใจหรือเสียใจ เราจะเข้ามาหาพระเจ้าก่อนร้องทูลพระองค์

เพราะใจที่เชื่อฟังและไม่มีข้อแม้กับพระองค์นี่แหละที่พระเจ้าทรงพอพระทัย เมื่อเรามีพระเจ้าอยู่ในหัวใจเราจะปรารถนาเข้ามาแนบสนิทอยู่ใกล้พระเจ้าและชีวิตเราก็จะปลอดภัยเมื่อเราเชื่อวางใจอยู่ในอ้อมอกพระองค์

citty_kat451 กล่าวว่า...

เปรียบเทียบชีวิตเราเป็นทั้งเด็กและเป็นทั้งสาวกของพระองค์ในบริบทนี้

พระองค์บอกให้เรารับแผ่นดินของพระองค์เหมือนอย่างเด็กเล็กๆเพราะในข้อ 16 ถ้าเราเข้าไปหาพระองค์อย่างเด็กเหล่านั้น พระองค์จะทรงอุ้มและวางมืออวยพร(ผลที่ได้ คือ ได้สัมผัสและได้รับการแตะต้องจากพระองค์ และรับการอวยพรนั้น)

ในขณะเดียวกัน จงเป็นพรต่อเด็กๆอย่างพระเยซูคริสต์..

เมื่อเราเรียนรู้จักพระองค์มากยิ่งขึ้นเราก็เติบโตขึ้นและเป็นสาวกของพระองค์ ฉะนั้นการที่เราจะกระทำเช่นข้อ 13 ขณะนั้นเขาพาเด็กเล็กๆมาหาพระองค์เพื่อจะให้พระองค์ทรงถูกต้องตัวเด็กนั้นแต่เหล่าสาวกก็ห้ามปรามไว้ ในข้อ 14 เมื่อพระเยซูทรงเห็นดังนั้นก็ไม่พอพระทัย

พระองค์ไม่พอพระทัยถ้าเราจะทำสิ่งใดที่เป็นการขัดขวางไม่ให้คนอื่นได้รู้จักและสัมผัสกับพระองค์มากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเราทำตรงกันข้ามกับข้อ 13 ผลลัพธิ์ที่เกิดขึ้น คือ พระองค์ทรงพอพระทัย

สิ่งที่ได้ในวันนี้ คือ 1.เข้าหาพระเจ้าอย่างเด็กเล็กๆเพื่อรับการสัมผัสและอวยพรจากพระองค์ 2.หากปรารถนาจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าจำเป็นจะต้องเป็นพรต่อผู้อื่นดั่งเช่นที่พระคริสต์ทรงเป็นพรต่อชีวิตเรา

แสดงความคิดเห็น