วันอังคารที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันอังคาร 20/10/09 บทเรียนจากพระธรรมมาระโก (48) : จงเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดในการต่อสู้เนื้อหนัง, มก.9:42-50


42 "แต่ผู้ใดจะทำผู้เล็กน้อยเหล่านี้คนหนึ่งที่วางใจในเราให้หลงผิด ถ้าเอาหินโม่ก้อนใหญ่ผูกคอผู้นั้นถ่วงเสียในทะเลก็ดีกว่า
43 ถ้ามือของท่านทำให้หลงผิด จงตัดทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในชีวิตด้วยมือด้วน ยังดีกว่ามีสองมือและต้องถูกทิ้งในนรกในไฟที่ไม่รู้ดับ
44
45 ถ้าเท้าของท่านทำให้หลงผิด จงตัดทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในชีวิตด้วยเท้าด้วนยังดีกว่ามีเท้าสองเท้า และต้องถูกทิ้งในนรก {สำเนาต้นฉบับโบราณ ไม่มีข้อ44และ46ซึ่งมีความอย่างเดียวกันกับข้อ48}
46
47 ถ้าตาของท่านทำให้ท่านหลงผิด จงควักออกทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าด้วยตาข้างเดียวยังดีกว่ามีสองตา และต้องถูกทิ้งไปในนรก
48 ในที่นั้นตัวหนอนก็ไม่ตายและไฟก็ไม่ดับเลย
49 ด้วยว่าคนทั้งปวงจะต้องถูกเคล้าเกลือแล้วชำระด้วยไฟ
50 เกลือเป็นของดี แต่ถ้าเกลือหมดรสเค็มแล้ว จะทำให้กลับเค็มอีกอย่างไรได้ ท่านทั้งหลายจงมีเกลือในตัวและจงอยู่สงบสุข สามัคคีซึ่งกันและกัน"


42 And whosoever shall offend one of these little ones that believe in me, it is better for him that a millstone were hanged about his neck, and he were cast into the sea.
43 And if thy hand offend thee, cut it off: it is better for thee to enter into life maimed, than having two hands to go into hell, into the fire that never shall be quenched:
44 Where their worm dieth not, and the fire is not quenched.
45 And if thy foot offend thee, cut it off: it is better for thee to enter halt into life, than having two feet to be cast into hell, into the fire that never shall be quenched:
46 Where their worm dieth not, and the fire is not quenched.
47 And if thine eye offend thee, pluck it out: it is better for thee to enter into the kingdom of God with one eye, than having two eyes to be cast into hell fire:
48 Where their worm dieth not, and the fire is not quenched.
49 For every one shall be salted with fire, and every sacrifice shall be salted with salt.
50 Salt is good: but if the salt have lost his saltness, wherewith will ye season it? Have salt in yourselves, and have peace one with another.

๕ ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

- อย่าปล่อยชีวิตให้หลงอยู่ในความบาป จงมีชีวิตใหม่ในพระเจ้าและพึ่งพาพระองค์
- รักษาวิญญาณที่บริสุทธิ์เสมอ

jesus-love-you กล่าวว่า...

ให้ HS ปกคลุมเหนือชีวิตเป็นโล่ป้องกันค.บาปทั้งสิ้น

skyline กล่าวว่า...

45 ถ้าเท้าของท่านทำให้หลงผิด จงตัดทิ้งเสีย ซึ่งจะเข้าในชีวิตด้วยเท้าด้วนยังดีกว่ามีเท้าสองเท้า และต้องถูกทิ้งในนรก...
- แม้บาปเพียงเล็กน้อยก็ตัดทิ้งให้หมด อย่าแช่อยู่ในความบาป เพราะมันจะลามไปมากขึ้นๆ เพราะบาปเล็กน้อยก็คือบาปใหญ่โต

50 เกลือเป็นของดี แต่ถ้าเกลือหมดรสเค็มแล้ว จะทำให้กลับเค็มอีกอย่างไรได้ ท่านทั้งหลายจงมีเกลือในตัวและจงอยู่สงบสุข สามัคคีซึ่งกันและกัน"
- รักษาชีวิตที่ถูกต้องและท่าทีที่ถูกต้องเอาไว้ และสามัคคีกัน

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จงรักษาชีวิตและยำเกรงพระเจ้าเสมอ
ยึดกางเขนไว้ให้มั่นและพึ่งพาพระเจ้าเมื่อเราอ่อนแอ

พึ่งพาพระเจ้าและไม่นำตัวเองเข้าสู่การทดลอง เพราะถ้าเรารู้ว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องแต่เราไม่ปฎิเสธเราก็เท่ากับว่าเราเรื่มอ่อนแอให้กับความบาป จึงต้องตัดสินใจพึ่งพาพระเจ้าขอพระเจ้าทรงนำ ขอการช่วยเหลือจากพระเจ้า เพื่อชีวิตเราจะปราศจากมลทินและไม่ไปเกลือกกลั้วกับความบาป เราจึงต้องพึ่งพาพระเจ้าเสมอ พระเจ้าเป็นแหล่งแห่งกำลัง
และพระองค์ทรงรอคอยที่จะช่วยเหลือเราเมื่อเราประสบปัญหาและปรารถนาให้เราเข้ามาใกล้เมื่อเรามีชีวิตใกล้ชิดพระเจ้าเราจะพบสันติสุขที่แตกต่างจากโลกให้อย่างแน่นอน เพราะความสุขของโลกเป็นสิ่งที่ฉาบฉวยและไม่ยืนนาน
ให้เราเห็นคุณค่าพระเจ้ามากกว่าสิ่งอื่นใดและปรารถนาใกล้ชิดพระองค์

citty_kat451 กล่าวว่า...

ใช่แล้วหากแม้ว่าเราจะได้ทุกสิ่งในโลกนี้(ซื่อเสียง เงินทอง ลาศยศ และคำสรรเสริญ ความสบายกายความสบายใจ)แต่ไม่ได้พระเจ้า
สิ่งเหล่านั้นก็ไร้ความหมายจริงๆ เพราะเมื่อเวลาแห่งการพิพากษามาถึงเราจะตอบพระเจ้าว่าอย่างไร..

ท่านทั้งหลายจงมีเกลือในตัวและจงอยู่สงบสุข สามัคคีซึ่งกันและกัน"
พระองค์บอกให้เรามีเกลืออยู่ในตัวเอง(รักษาชีวิตให้บริสุทธิ์และชอบธรรมต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าเพื่อความรอดที่ประทานให้นั้น เราจะสามารถรักษาเอาไว้ได้จนวันสุดท้าย)

และจงอยู่สงบสุข(ดำเนินชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระองค์ ไม่วางหินอันเป็นเหตุให้ผู้อื่นสะดุด และอย่าเดินไปชนหินอันเป็นเหตุให้ตนเองสะดุดแล้วล้มลงเสียเอง)

ประโยคสุดท้ายกล่าวว่า สามัคคีซึ่งกันและกัน(อันนี้ข้าพเจ้า เข้าใจว่า รักใคร่ปรองดอง สนับสนุนเกื้อกูล ช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกัน อีกความหมายหนึ่งที่ได้ คือ สามัคคีธรรมร่วมกันด้วยเพื่อเราแต่ละคนจะแบ่งปันสิ่งที่พระเจ้าเปิดเผยให้แต่ละคนรับรู้เพื่อก่อให้เกิดความสมบูรณ์ในพระกายของพระองค์มากยิ่งขึ้น)

แสดงความคิดเห็น