วันศุกร์ที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันศุกร์ 25/12/09 คริสต์มาสเพื่อยุคสุดท้าย (6) : ให้เป็นเทศกาลที่เราได้รับการสำแดงพิเศษจากพระเจ้าผ่านการอธิษฐานวิงวอน,ลก.2:21-38


21 ครั้นครบแปดวันเป็นวันให้พระกุมารนั้นเข้าสุหนัตเขาจึงให้นามว่าเยซูตามซึ่งทูตสวรรค์ได้กล่าวไว้ก่อนเมื่อยังมิได้ปฏิสนธิ์ในครรภ์
22 เมื่อถึงเวลาทำพิธีชำระตัวตามธรรมบัญญัติของโมเสสเขาจึงนำพระกุมารไปยังกรุงเยรูซาเล็มจะถวายแด่พระเป็นเจ้า
23 ตามที่เขียนไว้แล้วในธรรมบัญญัติของพระเป็นเจ้าว่าบุตรชายทุกคนที่เบิกครรภ์ครั้งแรกจะได้เรียกว่าเป็นบุตรที่ถวายแด่พระเจ้า
24 และถวายของบูชาตามที่ได้ตรัสสั่งไว้แล้วในธรรมบัญญัติของพระเป็นเจ้าคือนกเขาคู่หนึ่งหรือนกพิราบหนุ่มสองตัว
25 นี่แน่ะมีชายคนหนึ่งในกรุงเยรูซาเล็มชื่อสิเมโอนเป็นคนชอบธรรมและเกรงกลัวพระเจ้าและคอยเวลาซึ่งพวกอิสราเอลจะได้รับความบรรเทาทุกข์และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตกับท่าน
26 พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงสำแดงแก่ท่านว่าท่านจะไม่ตายจนกว่าจะได้เห็นพระคริสต์ของพระเป็นเจ้า
27 สิเมโอนเข้าไปในบริเวณพระวิหารโดยพระวิญญาณทรงนำและเมื่อบิดามารดาได้นำพระกุมารเยซูเข้าไปเพื่อจะกระทำแก่พระกุมารตามธรรมเนียมแห่งธรรมบัญญัติ
28 สิเมโอนจึงอุ้มพระกุมารและสรรเสริญพระเจ้าว่า
29 ข้าแต่พระเจ้าบัดนี้พระองค์ทรงให้ทาสของพระองค์ไปเป็นสุขตามพระดำรัสของพระองค์
30 เพราะว่าตาของข้าพระองค์ได้เห็นความรอดของพระองค์แล้ว
31 ซึ่งพระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้ต่อหน้าบรรดาชนชาติทั้งหลาย
32 เป็นสว่างส่องแสงแก่คนต่างชาติและเป็นศักดิ์ศรีของพวกอิสราเอลชนชาติของพระองค์
33 ฝ่ายบิดามารดาของพระกุมารก็ประหลาดใจเพราะถ้อยคำซึ่งท่านได้กล่าวถึงพระกุมารนั้น
34 แล้วสิเมโอนก็อวยพรแก่เขาแล้วกล่าวแก่นางมารีย์มารดาพระกุมารนั้นว่าดูก่อนท่านทรงตั้งพระกุมารนี้ไว้เป็นเหตุให้หลายคนในพวกอิสราเอลล้มลงหรือยกตั้งขึ้นและจะเป็นหมายสำคัญซึ่งคนปฏิเสธ
35 เพื่อความคิดในใจของคนเป็นอันมากจะได้ปรากฏแจ้งถึงหัวใจของท่านเองก็ยังจะถูกดาบแทงทะลุด้วย
36 ยังมีผู้ทำนายหญิงคนหนึ่งชื่ออันนาบุตรีฟานูเอลในเผ่าอาเชอร์นางเป็นคนชรามากแล้วมีสามีตั้งแต่สาวๆและอยู่ด้วยกันเจ็ดปี
37 แล้วก็เป็นม่ายมาจนถึงแปดสิบสี่ปีนางมิได้ไปจากบริเวณพระวิหารเลยอยู่นมัสการถืออดอาหารและอธิษฐานทั้งกลางวันกลางคืน
38 ในขณะนั้นผู้หญิงคนนี้ก็เข้ามาโมทนาพระเจ้าและกล่าวถึงพระกุมารให้คนทั้งปวงที่คอยการทรงไถ่กรุงเยรูซาเล็มฟัง


21 On the eighth day, when it was time to circumcise him, he was named Jesus, the name the angel had given him before he had been conceived.
22 When the time of their purification according to the Law of Moses had been completed, Joseph and Mary took him to Jerusalem to present him to the Lord
23 (as it is written in the Law of the Lord, "Every firstborn male is to be consecrated to the Lord"),
24 and to offer a sacrifice in keeping with what is said in the Law of the Lord: "a pair of doves or two young pigeons."
25 Now there was a man in Jerusalem called Simeon, who was righteous and devout. He was waiting for the consolation of Israel, and the Holy Spirit was upon him.
26 It had been revealed to him by the Holy Spirit that he would not die before he had seen the Lord's Christ.
27 Moved by the Spirit, he went into the temple courts. When the parents brought in the child Jesus to do for him what the custom of the Law required,
28 Simeon took him in his arms and praised God, saying:
29 "Sovereign Lord, as you have promised, you now dismiss your servant in peace.
30 For my eyes have seen your salvation,
31 which you have prepared in the sight of all people,
32 a light for revelation to the Gentiles and for glory to your people Israel."
33 The child's father and mother marveled at what was said about him.
34 Then Simeon blessed them and said to Mary, his mother: "This child is destined to cause the falling and rising of many in Israel, and to be a sign that will be spoken against,
35 so that the thoughts of many hearts will be revealed. And a sword will pierce your own soul too."
36 There was also a prophetess, Anna, the daughter of Phanuel, of the tribe of Asher. She was very old; she had lived with her husband seven years after her marriage,
37 and then was a widow until she was eighty-four. She never left the temple but worshiped night and day, fasting and praying.
38 Coming up to them at that very moment, she gave thanks to God and spoke about the child to all who were looking forward to the redemption of Jerusalem.

1 ความคิดเห็น:

skyline กล่าวว่า...

- การรอคอยพระเจ้าหรือพระเยซูเป็นความสำคัญของคนมากมาย ดังนั้นวันเกิดของพระเยซูมีความสำคัญมากกว่าวันเกิดของคนในโลกนี้
- สำหรับคนบนโลกนี้ หรือเพื่อนของเรา เมื่อตรงกับวันเกิด เราก็จะให้ของขวัญแก่เขาอย่างดี แล้วเมื่อวันเกิดของพระเยซูมาถึงเราก็ควรจะให้ของขวัญแก่พระองค์เช่นกัน ไม่ทำให้พระองค์เสียใจ รับใช้พระเจ้าอย่างเต็มกำลังของเรา กลับใจใหม่เสมอๆ และนำคนมารับความรอด หรือสิ่งต่างๆที่เราจะมอบถวายแด่พระเจ้าเพื่อการอวยพรวันเกิดแด่พระองค์

แสดงความคิดเห็น