วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันพฤหัส 15/10/09 บทเรียนจากพระธรรมมาระโก (43) : พระวรกายที่เต็มด้วยสง่าราศี, มก.9:1-13


1 พระองค์ยังตรัสแก่เขาว่า "เรากล่าวความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ในพวกท่านที่ยืนอยู่ที่นี่ มีบางคนที่ยังจะไม่รู้รสความตาย จนกว่าจะได้เห็นแผ่นดินของพระเจ้ามาด้วยฤทธานุภาพ"
2 ครั้นล่วงไปได้หกวันแล้ว พระเยซูทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นภูเขาสูงแต่ลำพัง แล้วพระกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา
3 และฉลองพระองค์ก็ขาวเป็นมันระยับ จะหาช่างฟอกผ้าทั่วแผ่นดินโลกฟอกให้ขาวอย่างนั้นก็ไม่ได้
4 แล้วเอลียาห์กับโมเสสก็ปรากฏแก่พวกสาวกเหล่านั้น และเฝ้าสนทนากับพระเยซู
5 ฝ่ายเปโตรทูลพระเยซูว่า "พระอาจารย์เจ้าข้า ซึ่งเราอยู่ที่นี่ก็ดี ให้พวกข้าพระองค์ทำเพิงสามหลัง สำหรับพระองค์หลังหนึ่ง สำหรับโมเสสหลังหนึ่ง สำหรับเอลียาห์หลังหนึ่ง"
6 ที่เปโตรพูดอย่างนั้นก็เพราะไม่รู้จะว่าอย่างไร ด้วยเขาทั้งหลายกำลังกลัวนัก
7 แล้วมีเมฆมาปกคลุมเขาไว้และมีพระสุรเสียงออกมาจากเมฆนั้นว่า "ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา จงเชื่อฟังท่านเถิด"
8 ทันใดนั้น เมื่อสาวกแลดูรอบก็ไม่เห็นผู้ใด เห็นแต่พระเยซูทรงอยู่กับเขา
9 เมื่อลงมาจากภูเขา พระองค์ตรัสห้ามเหล่าสาวก ไม่ให้นำสิ่งที่ได้เห็นนั้นไปบอกแก่ผู้ใดเลยจนกว่าบุตรมนุษย์จะเป็นขึ้นมาจากความตาย
10 เหตุการณ์นั้นเหล่าสาวกก็เก็บงำไว้ แต่ซักถามกันว่า ที่ตรัสว่าจะเป็นขึ้นมาจากความตายนั้น จะหมายความว่าอย่างไร
11 เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า "เหตุไฉนพวกธรรมาจารย์ จึงว่าเอลียาห์จะต้องมาก่อน"
12 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "เอลียาห์ต้องมาก่อนจริงและทำให้สิ่งทั้งปวงคืนสู่สภาพเดิม อนึ่งมีคำเขียนไว้อย่างไรถึงบุตรมนุษย์ว่า พระองค์จะต้องทนทุกข์เวทนาหลายประการ และคนจะดูหมิ่นละทิ้งพระองค์เสีย
13 แต่เราบอกแก่ท่านทั้งหลายว่า เอลียาห์นั้นได้มาแล้ว และซึ่งเขาใคร่ทำแก่ท่านอย่างไร เขาก็ได้กระทำแล้วตามที่มีคำเขียนกล่าวไว้ถึงท่าน"


1 And he said unto them, Verily I say unto you, That there be some of them that stand here, which shall not taste of death, till they have seen the kingdom of God come with power.
2 And after six days Jesus taketh with him Peter, and James, and John, and leadeth them up into an high mountain apart by themselves: and he was transfigured before them.
3 And his raiment became shining, exceeding white as snow; so as no fuller on earth can white them.
4 And there appeared unto them Elias with Moses: and they were talking with Jesus.
5 And Peter answered and said to Jesus, Master, it is good for us to be here: and let us make three tabernacles; one for thee, and one for Moses, and one for Elias.
6 For he wist not what to say; for they were sore afraid.
7 And there was a cloud that overshadowed them: and a voice came out of the cloud, saying, This is my beloved Son: hear him.
8 And suddenly, when they had looked round about, they saw no man any more, save Jesus only with themselves.
9 And as they came down from the mountain, he charged them that they should tell no man what things they had seen, till the Son of man were risen from the dead.
10 And they kept that saying with themselves, questioning one with another what the rising from the dead should mean.
11 And they asked him, saying, Why say the scribes that Elias must first come?
12 And he answered and told them, Elias verily cometh first, and restoreth all things; and how it is written of the Son of man, that he must suffer many things, and be set at nought.
13 But I say unto you, That Elias is indeed come, and they have done unto him whatsoever they listed, as it is written of him.

๔ ความคิดเห็น:

skyline กล่าวว่า...

7 แล้วมีเมฆมาปกคลุมเขาไว้และมีพระสุรเสียงออกมาจากเมฆนั้นว่า "ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา จงเชื่อฟังท่านเถิด"
- เหล่าสาวกก็มีใจแห่งการเชื่อฟัง แม้บางครั้งจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ JC ได้บอกและห้ามไว้ก็ตาม เราจึงควรมีใจที่เชื่อฟัง G เสมอ แม้ไม่เข้าใจ

- ทำให้รู้สึกว่า คำพยากรณ์ใกล้จะเป็นจริงแล้ว ให้เรารักษาชีวิตให้บริสุทธิ์รอคอยวันที่ที่พระองค์จะกลับมาอีกครั้งนึง

MuNoi กล่าวว่า...

เป็นสิทธิพิเศษจังที่เหล่าสาวกได้รับการสำแดงอย่างชัดเจนให้มั่นใจว่าผู้ที่เขาเชื่อและติดตามนั้นเป็นผู้ที่ G รับรอง แต่ก็นั่นล่ะ แม้จะเห็นด้วยตาแต่สุดท้ายก็ยังปฏิเสธ JC เพื่อปกป้องตัวเอง

เราต้องรักษาค.มั่นใจใน G ให้มากๆ และอย่าชะล่าใจว่าเรามั่นคงดีแล้ว เกรงว่าจะล้มไป รักษาชีวิตกับ G ให้แนบแน่เสมอ

Unknown กล่าวว่า...

- พระเยซูนั้นทรงบริสุทธิ์ปราศจากความบาปทั้งปวง พระองค์ยอมทนทุกข์ทรมานและรับความผิดบาปแทนมนุษย์ทุกคนเพื่อให้มนุษย์นั้นรอดพ้นจากความตาย
- จงเชื่อมั่นและวางใจในทางของพระองค์ เพราะไม่มีทางใดแล้วนอกจากทางของพระองค์เอง
- รักษาชีวิตให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ อย่าตกเป็นทาสของความบาป

citty_kat451 กล่าวว่า...

พระวรกายที่เต็มไปด้วยสง่าราศี...
4 แล้วเอลียาห์กับโมเสสก็ปรากฏแก่พวกสาวกเหล่านั้น และเฝ้าสนทนากับพระเยซู

พระคริสต์เป็นศรีษะ โมเสสให้ภาพของผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อ
เอลียาห์ให้ภาพของผู้สื่อสารอย่างชัดเจน

คจ.ที่เต็มไปด้วยสง่าราศีของพระเจ้าย่อมต้องมี 2 ภาพนี้ควบคู่ไปด้วย

6 ที่เปโตรพูดอย่างนั้นก็เพราะไม่รู้จะว่าอย่างไร ด้วยเขาทั้งหลายกำลังกลัวนัก..
บางครั้งเราเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อาจจะเพราะความกลัว ความกังวล หรือการไม่ยอมละทิ้งบาป แต่จะเพราะสาเหตุใดก็ตาม พระเจ้ามองที่ท่าทีที่ปรารถนาจะตอบสนองพระองค์

7 แล้วมีเมฆมาปกคลุมเขาไว้และมีพระสุรเสียงออกมาจากเมฆนั้นว่า "ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา จงเชื่อฟังท่านเถิด"

การรับรองจะมาจากพระเจ้าเสมอ เพราะพระองค์จะไม่ทรงทำสิ่งใดกับประชากรของพระองค์โดยไม่เปิดเผยกับบรรดาผู้เผยพระวจนะของพระองค์ก่อน..

เหมือนพ่อที่จะทำอะไรกับชีวิตลูก พ่อย่อมบอกหรือถามลูกก่อนเพื่อลูกจะเข้าใจถึงสิ่งที่พ่อปรารถนาจะให้ลูกได้ทำ

แสดงความคิดเห็น