วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันพฤหัส 13/08/09 บทเรียนจากพระธรรมโยชูวา (13) : การตอบสนองของผู้นำต่อปัญหาหรือความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น, ยชว.7:6-26



6 ฝ่ายโยชูวาก็ฉีกเสื้อผ้าของตนซบหน้าลงถึงดิน หน้าหีบแห่งพระเจ้าจนถึงเวลาเย็น ทั้งท่านกับพวกผู้ใหญ่ของคนอิสราเอลต่างก็เอาผงคลีดินใส่ศีรษะของตน
7 โยชูวากราบทูลว่า "ข้าแต่พระเยโฮวาห์เจ้า เป็นไฉนพระองค์จึงทรงนำชนชาตินี้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนมา เพื่อจะมอบเราทั้งหลายไว้ในมือของคนอาโมไรต์ให้ทำลายเสีย พวกข้าพระองค์มีความเสียดายที่ไม่พอใจอยู่เพียงฟากตะวันออกของจอร์แดน
8 ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์จะทูลประการใดได้เล่า เมื่ออิสราเอลหันหลังหนีศัตรูเสียแล้ว
9 เพราะว่าคนคานาอันกับบรรดาชาวเมืองคงจะได้ยิน แล้วคงจะยกมาตั้งล้อมพวกข้าพระองค์ และตัดชื่อของบรรดาข้าพระองค์เสียจากโลก และพระองค์จะทรงกระทำประการใด เพื่อพระนามอันยิ่งใหญ่ของพระองค์"
10 ฝ่ายพระเจ้าตรัสกับโยชูวาว่า "จงลุกขึ้นเถิด ไฉนเจ้าจึงซบหน้าลงดังนี้เล่า
11 คนอิสราเอลได้กระทำบาป เขาได้ละเมิดพันธสัญญาซึ่งเราได้บัญชาเขาไว้ เขาได้ยักยอกของที่ต้องถวาย เขาได้ขโมยและปิดบัง และได้เอาของรวมไว้กับข้าวของของตน
12 เพราะฉะนั้นคนอิสราเอลจึงยืนหยัดต่อสู้ศัตรูของตนไม่ได้ ได้หันหลังหนีศัตรู เพราะเขากลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกทำลาย เราจะไม่อยู่กับเจ้าทั้งหลายอีกต่อไป เว้นแต่เจ้าจะทำลายสิ่งของที่ต้องถวายเหล่านั้นเสียจากท่ามกลางพวกเจ้า
13 จงลุกขึ้นชำระประชาชนให้บริสุทธิ์และกล่าวว่า "จงชำระตัวเสียเพื่อวันพรุ่งนี้ เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าของคนอิสราเอลกล่าวเช่นนี้ว่า "โอ อิสราเอลเอ๋ย มีสิ่งของที่ต้องถวายอยู่ในหมู่พวกเจ้า เจ้าจะยืนหยัดต่อสู้ศัตรูของเจ้าไม่ได้จนกว่าเจ้าจะนำสิ่งของที่ต้องถวายนั้นออกเสียจากหมู่พวกเจ้า"
14 พอรุ่งเช้าเจ้าทั้งหลายจงเข้ามาทีละเผ่า เผ่าใดที่พระเจ้าทรงเลือกจับไว้ก็ต้องเข้ามาทีละตระกูล ตระกูลใดที่พระเจ้าทรงเลือกจับไว้ก็ให้เข้ามาทีละครอบครัว ครอบครัวใดที่พระเจ้าทรงเลือกจับไว้ก็ให้เข้ามาทีละคน
15 ผู้ใดถูกจับว่ามีของต้องถวาย ก็ต้องถูกเผาเสียด้วยไฟ ทั้งตัวเขาและสารพัดที่เป็นของเขา เพราะเขาได้ละเมิดพันธสัญญาของพระเจ้า และเพราะเขาได้กระทำสิ่งที่น่าอายในอิสราเอล""
16 โยชูวาจึงลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ และนำคนอิสราเอลเข้ามาทีละเผ่า และพระเจ้าทรงเลือกเผ่ายูดาห์
17 จึงนำตระกูลในเผ่ายูดาห์เข้ามา และตระกูลเศ-ราห์ถูกทรงเลือก แล้วจึงนำตระกูลเศ-ราห์มาทีละคนและศับดีถูกทรงเลือก
18 และนำครอบครัวของท่านเข้ามาทีละคน และคนที่ถูกทรงเลือกคืออาคานบุตรคารมี ผู้เป็นบุตรศับดีผู้เป็นบุตรเศ-ราห์ เผ่ายูดาห์
19 ฝ่ายโยชูวาจึงกล่าวแก่อาคานว่า "ลูกเอ๋ย จงถวายพระสิริแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลและถวาย สรรเสริญแด่พระองค์ จงบอกข้ามาว่าเจ้าได้กระทำอะไรไป อย่าปิดบังไว้จากข้าเลย"
20 และอาคานตอบโยชูวาว่า "เป็นความจริงแล้วที่ข้าพเจ้าได้กระทำบาป ต่อพระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลข้าพเจ้าได้กระทำดังนี้
21 ในหมู่ของที่ริบมา ข้าพเจ้าได้เห็นเสื้อคลุมงามตัวหนึ่งของเมืองบาบิโลนกับเงินสองร้อยเชเขลและทองคำแท่งหนึ่งหนักห้าสิบเชเขล ข้าพเจ้าก็โลภอยากได้ของเหล่านั้น ข้าพเจ้าจึงเอามา ดูเถิด ของเหล่านั้นซ่อนอยู่ใต้ดินในเต็นท์ของข้าพเจ้าเงินนั้นอยู่ข้างล่าง"
22 ฝ่ายโยชูวาก็ให้ผู้สื่อสารออกไปและเขาทั้งหลายก็วิ่งไปที่เต็นท์ ดูเถิดของนั้นฝังอยู่ภายในเต็นท์ของเขามีเงินอยู่ข้างล่าง
23 เขาก็เอาออกมาจากเต็นท์นำไปให้โยชูวาและคนอิสราเอลทั้งปวง แล้วเขาก็วางของเหล่านั้นลงต่อพระพักตร์พระเจ้า
24 และโยชูวากับบรรดาคนอิสราเอลจึงพาอาคานบุตรเศ-ราห์ พร้อมกับเงิน เสื้อคลุมตัวนั้น และทองแท่งนั้น ทั้งบุตรชายหญิงของเขา ทั้งวัว ลา แพะ แกะ และเต็นท์ของเขาทุกสิ่งที่เขามีอยู่ และนำคนกับของทั้งหมดขึ้นไปยังหุบเขาอาโคร์
25 และโยชูวากล่าวว่า "ทำไมเจ้าจึงนำความยากร้ายมาให้เรา พระเจ้าทรงนำความยากร้ายมาถึงเจ้าในวันนี้" และบรรดาคนอิสราเอลก็เอาหินขว้างเขาให้ตาย เผาเขาทั้งหลายด้วยไฟ และขว้างเขาด้วยก้อนหิน
26 แล้วเอาหินถมกองทับเขาไว้เป็นกองใหญ่ยังอยู่จนทุกวันนี้ และพระเจ้าก็ทรงหันกลับจากพระพิโรธอันแรงกล้าของพระองค์ เพราะฉะนั้นจนถึงทุกวันนี้ เขายังเรียกที่นั้นว่าหุบเขาอาโคร์ {แปลว่า ความยากร้าย}




6 And Joshua rent his clothes, and fell to the earth upon his face before the ark of the Lord until the eventide, he and the elders of Israel, and put dust upon their heads.
7 And Joshua said, Alas, O Lord God, wherefore hast thou at all brought this people over Jordan, to deliver us into the hand of the Amorites, to destroy us? would to God we had been content, and dwelt on the other side Jordan!
8 O Lord, what shall I say, when Israel turneth their backs before their enemies!
9 For the Canaanites and all the inhabitants of the land shall hear of it, and shall environ us round, and cut off our name from the earth: and what wilt thou do unto thy great name?
10 And the Lord said unto Joshua, Get thee up; wherefore liest thou thus upon thy face?
11 Israel hath sinned, and they have also transgressed my covenant which I commanded them: for they have even taken of the accursed thing, and have also stolen, and dissembled also, and they have put it even among their own stuff.
12 Therefore the children of Israel could not stand before their enemies, but turned their backs before their enemies, because they were accursed: neither will I be with you any more, except ye destroy the accursed from among you.
13 Up, sanctify the people, and say, Sanctify yourselves against to morrow: for thus saith the Lord God of Israel, There is an accursed thing in the midst of thee, O Israel: thou canst not stand before thine enemies, until ye take away the accursed thing from among you.
14 In the morning therefore ye shall be brought according to your tribes: and it shall be, that the tribe which the Lord taketh shall come according to the families thereof; and the family which the Lord shall take shall come by households; and the household which the Lord shall take shall come man by man.
15 And it shall be, that he that is taken with the accursed thing shall be burnt with fire, he and all that he hath: because he hath transgressed the covenant of the Lord, and because he hath wrought folly in Israel.
16 So Joshua rose up early in the morning, and brought Israel by their tribes; and the tribe of Judah was taken:
17 And he brought the family of Judah; and he took the family of the Zarhites: and he brought the family of the Zarhites man by man; and Zabdi was taken:
18 And he brought his household man by man; and Achan, the son of Carmi, the son of Zabdi, the son of Zerah, of the tribe of Judah, was taken.
19 And Joshua said unto Achan, My son, give, I pray thee, glory to the Lord God of Israel, and make confession unto him; and tell me now what thou hast done; hide it not from me.
20 And Achan answered Joshua, and said, Indeed I have sinned against the Lord God of Israel, and thus and thus have I done:
21 When I saw among the spoils a goodly Babylonish garment, and two hundred shekels of silver, and a wedge of gold of fifty shekels weight, then I coveted them, and took them; and, behold, they are hid in the earth in the midst of my tent, and the silver under it.
22 So Joshua sent messengers, and they ran unto the tent; and, behold, it was hid in his tent, and the silver under it.
23 And they took them out of the midst of the tent, and brought them unto Joshua, and unto all the children of Israel, and laid them out before the Lord.
24 And Joshua, and all Israel with him, took Achan the son of Zerah, and the silver, and the garment, and the wedge of gold, and his sons, and his daughters, and his oxen, and his asses, and his sheep, and his tent, and all that he had: and they brought them unto the valley of Achor.
25 And Joshua said, Why hast thou troubled us? the Lord shall trouble thee this day. And all Israel stoned him with stones, and burned them with fire, after they had stoned them with stones.
26 And they raised over him a great heap of stones unto this day. So the Lord turned from the fierceness of his anger. Wherefore the name of that place was called, The valley of Achor, unto this day.

๔ ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

-ชำระชีวิตของตนเองให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ อย่าให้ความบาปนั้นเข้ามาเกาะกินชีวิต
-สัตย์ซื่อต่อพระเจ้า รักษาชีวิตให้อยู่ในพระวจนะของพระเจ้า อย่าหลงออกจากทางของพระองค์

citty_kat451 กล่าวว่า...

13 จงลุกขึ้นชำระประชาชนให้บริสุทธิ์และกล่าวว่า "จงชำระตัวเสียเพื่อวันพรุ่งนี้ เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าของคนอิสราเอลกล่าวเช่นนี้ว่า "โอ อิสราเอลเอ๋ย มีสิ่งของที่ต้องถวายอยู่ในหมู่พวกเจ้า เจ้าจะยืนหยัดต่อสู้ศัตรูของเจ้าไม่ได้จนกว่าเจ้าจะนำสิ่งของที่ต้องถวายนั้นออกเสียจากหมู่พวกเจ้า"

เฮ้อ-_-! ชำระให้บริสุทธิ์(บางทีแค่ความรู้สึกว่าไม่สมควร ยังไม่มากพอให้กลับใจ เพราะยังไม่เดินไปถึงจุดแห่ง คำว่า ตระหนักว่าสิ่งเหล่าเป็นการทำบาปต่อพระเจ้า)..

มีสิ่งของที่ต้องถวายอยู่ในหมู่พวกเจ้า..(สิ่งที่ได้ในวันนี้ คือ รู้ว่า ต้องถวายนิสัยบางอย่างที่ยังไม่ยอมให้กับพระเจ้า)

เจ้าจะยืนหยัดต่อสู้ศัตรูของเจ้าไม่ได้จนกว่าเจ้าจะนำสิ่งของที่ต้องถวายนั้นออกเสียจากหมู่พวกเจ้า..(เราจะยืนหยัดต่อสู้กับมารซาตานไม่ได้จนกว่าเราจะตัดใจมอบนิสัยนั้นให้กับพระองค์แล้วจริงๆ)

วันนี้ต้องกลับมาถามใจตัวเองใหม่ว่า สิ่งที่เราทำนั้นยืนยันสิ่งที่เราพูดในเรื่องการติดตามพระเยซูและทำพระราชกิจของพระองค์หรือไม่ อย่างไร? เราได้เชื่อฟังพระองค์ และไม่เชื่อฟังพระองค์ที่ตรงไหน?

skyline กล่าวว่า...

12 เพราะฉะนั้นคนอิสราเอลจึงยืนหยัดต่อสู้ศัตรูของตนไม่ได้ ได้หันหลังหนีศัตรู เพราะเขากลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกทำลาย เราจะไม่อยู่กับเจ้าทั้งหลายอีกต่อไป เว้นแต่เจ้าจะทำลายสิ่งของที่ต้องถวายเหล่านั้นเสียจากท่ามกลางพวกเจ้า
13 จงลุกขึ้นชำระประชาชนให้บริสุทธิ์และกล่าวว่า "จงชำระตัวเสียเพื่อวันพรุ่งนี้...
- เมื่อทำผิดก็ต้องขอการชำระให้บริสุทธิ์
- เมื่อเราทำบาปก็จะส่งผลต่อคนอื่นเหมือนกัน ดังนั้น ต้องขอการชำระจากพระเจ้าเสมอๆ
- พระเจ้าไม่อยู่ด้วยกะคนที่ทำบาป เหมือนตอนนี้ที่พระองค์ไม่ทรงช่วยเหลือในการรบนี้ ดังนั้นต้องระมัดระวังชีวิตของเราดีๆ ที่จะไม่ทำบาป

Unknown กล่าวว่า...

ผมเห็นถึงความเด็ดขาดของการเป็นผู้นำของโยชูวา
โยชูวา ออกไปรบตามแผนการรบที่พระเจ้าบอก และโยชูวา
ได้ดำเนินตามแผนการนั้นทุกอย่างไม่มีการประณีประณอม

- - สิ่งที่ได้ 1 - -

ถ้าเราอยู่ในฐานะผู้นำที่พระเจ้าเจิมแต่งตั้งให้รับใช้ในเรื่องใด หรือภาระกิจใด
เราต้องชัดเจนที่จะเชื่อฟังภาระกิจที่พระเจ้ามอบหมายอย่างสุดชีวิต
ระวังที่จะกระทำตาม ไม่ประณีประณอม ทุกอย่างตามแผนการที่พระเจ้าได้สั่งไว้
ทำภาระกิจในการทรงเรียกให้สำเร็จ ไม่หันหลังกลับ แม้ต้องหยุดดวงอาทิตย ดวงจันทร์ เราก็ต้องทำ

- - สิ่งที่ได้ 2 - -

ถ้าเราอยู่ในฐานะผู้ตาม เราก็ต้องเชื่อฟังอย่างเต็มที่ ถ้าสิ่งนั้นมาจากพระเจ้า
และเป็นประโยชน์ต่อภาพรวม

การออกไปรบ มันเสี่ยงกับความตาย ความเจ็บปวด ฯลฯ
แต่ถ้ามันเป็นบทบาทหน้าที่ เราก็ต้องทำ
เห็นประโยชน์ และเสียสละเพื่อส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว

- - สิ่งที่ได้ 3 - -
กองทัพที่ได้รับชัยชนะ มากจากการทำงานเป็นทีมที่ดี เป็นเอกภาพในการทำงาน
มีเป้าหมายชัด ( คานาอัน)
ทั้งกองทัพเห็นภาพของชัยชนะร่วมกัน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง

วันนี้ได้เยอะเลย
ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงให้ความเข้าใจ สำหรับพระวจนะตอนนี้

แสดงความคิดเห็น