วันพุธที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒

วันพุธ 03/06/09 บทเรียนจากพระธรรมเนหะมีย์ (3) : ขับเคลื่อนภาระใจด้วยแผนการที่ชัดในใจ, นหม.2:1-10



1 และอยู่มาในเดือนนิสาน ในปีที่ยี่สิบแห่งรัชกาลกษัตริย์อารทาเซอร์ซีส เมื่อเหล้าองุ่นจัดตั้งไว้ตรงพระพักตร์พระองค์ ข้าพเจ้าก็หยิบเหล้าองุ่นถวายพระราชา แต่ก่อนนี้ข้าพเจ้ามิได้โศกเศร้าต่อพระพักตร์พระองค์
2 และพระราชาตรัสกับข้าพเจ้าว่า "ทำไม หน้าของเจ้าเศร้าโศก เจ้าก็ไม่เจ็บไม่ป่วยมิใช่หรือ เห็นจะไม่มีอะไรนอกจากเศร้าใจ" และข้าพเจ้าก็กลัวยิ่งนัก
3 ข้าพเจ้าทูลพระราชาว่า "ขอพระราชาทรงพระเจริญเป็นนิตย์เถิด ไฉนหน้าของข้าพระบาทจะไม่โศกเศร้าเมื่อเมืองสถานที่ฝังศพของบรรพบุรุษของข้าพระบาทร้างเปล่าอยู่ และประตูเมืองก็ถูกไฟทำลายเสีย"
4 แล้วพระราชาตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าปรารถนาจะขออะไร" ข้าพเจ้าจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าของฟ้าสวรรค์
5 และข้าพเจ้าทูลพระราชาว่า "ถ้าเป็นที่พอพระทัยพระราชา และถ้าผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทเป็นที่พอพระทัยในสายพระเนตรของฝ่าพระบาท ขอทรงใช้ข้าพระบาทให้ไปยังยูดาห์ ยังเมืองอันเป็นที่ฝังศพของบรรพบุรุษของข้าพระบาท เพื่อข้าพระบาทจะสร้างขึ้นใหม่"
6 และพระราชาตรัสกับข้าพเจ้า (มีพระราชินีประทับข้างพระองค์) ว่า "เจ้าจะไปนานสักเท่าใด เมื่อไรเจ้าจะกลับมา" จึงเป็นที่พอพระทัยพระราชาที่จะให้ข้าพเจ้าไป และข้าพเจ้าก็กำหนดเวลาให้พระองค์ทรงทราบ
7 และข้าพเจ้ากราบทูลพระราชาว่า "ถ้าเป็นที่พอพระทัยพระราชา ขอทรงโปรดมีพระราชสารให้ข้าพระบาทนำไปถึงผู้ว่าราชการมณฑลฟากตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติส เพื่อเขาจะได้อนุญาตให้ข้าพระบาทผ่านไป จนข้าพระบาทจะไปถึงยูดาห์
8 และพระราชสารถึงอาสาฟเจ้าพนักงานป่าไม้หลวง เพื่อเขาจะได้ให้ไม้แก่ข้าพระบาท เพื่อทำวงกบประตู ป้อมของพระนิเวศ และทำกำแพงเมือง และเพื่อทำบ้านที่ข้าพระบาทจะได้เข้าอาศัย" พระราชาพระราชทานทุกสิ่งตามที่ข้าพเจ้าทูลขอเพราะพระหัตถ์อันทรงพระคุณของพระเจ้าของข้าพเจ้าอยู่กับข้าพเจ้า
9 แล้วข้าพเจ้ามายังผู้ว่าราชการมณฑลฟากตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติส และมอบพระราชสารของพระราชาให้แก่เขา อนึ่งพระราชาทรงจัดให้นายทหารและพลม้าไปกับข้าพเจ้าด้วย
10 แต่เมื่อสันบาลลัทชาวโฮโรนาอิมและโทบีอาห์ คนอัมโมนข้าราชการทราบเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ไม่พอใจเขาอย่างยิ่งที่มีคนมาหาความสุขให้คนอิสราเอล



1 And it came to pass in the month Nisan, in the twentieth year of Artaxerxes the king, that wine was before him: and I took up the wine, and gave it unto the king. Now I had not been beforetime sad in his presence.
2 Wherefore the king said unto me, Why is thy countenance sad, seeing thou art not sick? this is nothing else but sorrow of heart. Then I was very sore afraid,
3 And said unto the king, Let the king live for ever: why should not my countenance be sad, when the city, the place of my fathers' sepulchres, lieth waste, and the gates thereof are consumed with fire?
4 Then the king said unto me, For what dost thou make request? So I prayed to the God of heaven.
5 And I said unto the king, If it please the king, and if thy servant have found favour in thy sight, that thou wouldest send me unto Judah, unto the city of my fathers' sepulchres, that I may build it.
6 And the king said unto me, (the queen also sitting by him,) For how long shall thy journey be? and when wilt thou return? So it pleased the king to send me; and I set him a time.
7 Moreover I said unto the king, If it please the king, let letters be given me to the governors beyond the river, that they may convey me over till I come into Judah;
8 And a letter unto Asaph the keeper of the king's forest, that he may give me timber to make beams for the gates of the palace which appertained to the house, and for the wall of the city, and for the house that I shall enter into. And the king granted me, according to the good hand of my God upon me.
9 Then I came to the governors beyond the river, and gave them the king's letters. Now the king had sent captains of the army and horsemen with me.
10 When Sanballat the Horonite, and Tobiah the servant, the Ammonite, heard of it, it grieved them exceedingly that there was come a man to seek the welfare of the children of Israel.

๓ ความคิดเห็น:

citty_kat451 กล่าวว่า...

ไฉนหน้าของข้าพระบาทจะไม่โศกเศร้าเมื่อเมืองสถานที่ฝังศพของบรรพบุรุษของข้าพระบาทร้างเปล่าอยู่ และประตูเมืองก็ถูกไฟทำลายเสีย..

บางครั้งในเวลาที่เราเห็นใครทุกข์ใจเขาอาจจะไม่ได้ทุกข์เรื่องส่วนตัวก็ได้

แล้วพระราชาตรัสกับข้าพเจ้าว่า "เจ้าปรารถนาจะขออะไร" ข้าพเจ้าจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าของฟ้าสวรรค์

เป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชม ไม่แปลกใจเลยที่พระเจ้าอวยพรเขา เพราะท่าทีที่ว่า พระเจ้าข้า ข้าพระองค์จะทูลขอสิ่งใดเพื่ออาณาจักรของพระองค์

ข้อ 6-9 ได้ในเรื่องความคิดที่ละเอียดรอบคอบที่เราจำเป็นต้องมีไม่ว่าจะเป็นเรื่องระยะเวลา อุปสรรคการเดินทาง หรือ อุปกรณ์ต่างๆที่เราจำต้องใช้เพื่องานของพระองค์

10 แต่เมื่อสันบาลลัทชาวโฮโรนาอิมและโทบีอาห์ คนอัมโมนข้าราชการทราบเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ไม่พอใจเขาอย่างยิ่งที่มีคนมาหาความสุขให้คนอิสราเอล

ความสุขให้คนอิสราเอล..แตะต้องใจสำหรับคำๆนี้ด้วย งานสร้างเมืองที่ร้างเปล่าอยู่ และที่ประตูเมืองก็ถูกไฟทำลายเสียนั้น ในสายตาของคนต่างชาติยังเห็นได้ว่า สิ่งเหล่านั้นทำให้เรามีความสุข

1 วันในพระนิเวศน์ก็ดีกว่าพันวัน ในที่ใดใด..

W(skyline) กล่าวว่า...

2 และพระราชาตรัสกับข้าพเจ้าว่า"ทำไมหน้าของเจ้าเศร้าโศกเจ้าก็ไม่เจ็บไม่ป่วยมิใช่หรือเห็นจะไม่มีอะไรนอกจากเศร้าใจ"และข้าพเจ้าก็กลัวยิ่งนัก
- การเจ็บที่หัวใจมันก็เจ็บมากกว่าเจ็บป่วยที่ร่างกาย แต่พระองค์ทรงรู้และเข้าใจเราเสมอให้เราได้มีหนทางที่จะเดินไป แต่เราต้องพึ่งพา G ด้วยนะ (บอกตัวเองไว้)

...ถ้าเป็นที่พอพระทัยพระราชา...
- เราเองคงไม่ได้ไปกำหนดและให้คนอื่น หรือ G ทำตามที่เราต้องการได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อยู่ที่เป็นที่พอพระทัยของ G หรือเปล่าด้วย เพราะน้ำพระทัยของพระองค์เป็นแผนการที่ดีสำหรับเราเสมอ

Unknown กล่าวว่า...

จงรักษาชีวิตให้อยู่ในแผนการของพระเจ้าอยู่เสมอ
นำตัวเข้ามาหาพระเจ้าและยึดมั่นในทางของพระองค์
จงร้องทูลต่อในสิ่งที่ต้องการและวิงวอนขอทางออก
เพราะพระเจ้าคือผู้เดียวที่เป็นทางรอดและสมบูรณ์

แสดงความคิดเห็น